
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มิตรผลโมเดิร์นฟาร์มอยากชวนคุยเรื่องเล่าเรื่องการนำเครื่องจักรกลการเกษตร มาปรับใช้ในไร่อ้อย ของเราและสิ่งที่ได้กลับมาคือ แรงงานที่ลดลง งานที่เบาลง และผลิตผลที่ดีขึ้นค่ะ
ในอดีต การปลูกและดูแลไร่อ้อยนั้นแทบทุกขั้นตอนจะเป็นแรงงานคนเป็นหลัก ตั้งแต่ หว่าน ปลูก ดูแลหน่อ จนถึงเก็บเกี่ยว และจัดการหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะในช่วงที่แรงงานหายากขึ้น หรือมีต้นทุนแรงงานสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้เลยเป็นจุดที่เครื่องจักรเข้ามามีบทบาทสำคัญมากค่ะ
ลองนึกภาพนะคะ ว่าเมื่อเรามี เครื่องปลูกอ้อย ที่ถูกออกแบบมาเฉพาะตัว สำหรับการปลูกอ้อยซึ่งสามารถวางท่อนพันธุ์อ้อยได้สม่ำเสมอ กลบดินได้แน่น วางลึก ได้ดี เมื่อเราแทนแรงงานคนที่ต้องเสียเวลาหลายคนหลายวัน ด้วยเครื่องเดียว ที่ทำได้รวดเร็วและเที่ยงตรง ก็ถือว่า เราได้ลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน
ทีนี้ พอเข้าสู่ขั้นตอนอื่น ไม่ใช่แค่ปลูก แต่รวมถึงการเตรียมดิน ไถ ยกร่อง หรือแม้กระทั่งการเก็บเกี่ยว งานหนักเหล่านั้นก็เริ่มถูกเครื่องจักรเข้าไปช่วยค่ะ เช่น งานเตรียมดิน หรือยกร่อง ได้ใช้ แทรกเตอร์ หรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่ช่วยให้ทำงานในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้น และแรงงานคนลดลง
ในแง่ของเก็บเกี่ยว มีบทความหนึ่งระบุว่า “เครื่องจักรกลการเกษตรถือเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญมากในการลดการเผา และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน” ใน ไร่อ้อยไทย ซึ่งแปลว่า นอกจากเราจะลดแรงงานแล้ว ยังช่วยเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานมากขึ้นด้วย
และถ้ามองลึก ๆ ถึงผลลัพธ์สำหรับเราในไร่อ้อย นั้น การใช้เครื่องจักรกลช่วยให้เกิดข้อดีหลายอย่างค่ะ เรามาดูด้วยกันว่า มีอะไรบ้าง และทำไมถึงน่าลงทุน
อันดับแรก คือ ลดแรงงานคน อย่างเห็นได้ชัด เมื่อต้องใช้คนน้อยลง หรือแรงงานที่มีอยู่สามารถทำงานได้เร็วขึ้น ก็ลดภาระค่าแรงลง ช่วยให้เรามีช่องว่างเวลาไปดูแลส่วนอื่นมากขึ้น
อันดับต่อมา คือ เพิ่มประสิทธิภาพและความหนาแน่นของงาน เครื่องจักรกลสามารถทำงานต่อเนื่องได้ และบางเครื่องยังวางท่อนพันธุ์ได้แบบแม่นยำ วางลึกได้ดี ซึ่งช่วยให้อ้อยงอกงามได้ดี อย่างที่บทความ จาก กรมส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยฯ กล่าวไว้ว่า การจัดการเครื่องจักรกลในไร่อ้อย ช่วยยกระดับคุณภาพผลผลิตอ้อย
อันดับถัดมา คือ ลดความเสี่ยงเรื่องแรงงานและเวลา ในฤดูซีน หรือช่วงเก็บเกี่ยวที่แรงงานอาจหายากหรือค่าแรงสูง เครื่องจักรช่วยให้เราไม่ต้องพึ่งคนเยอะ และสามารถวางแผนงานได้แน่นขึ้น
สุดท้าย คือ ช่วยให้ระบบการผลิตของเราเข้าสู่ยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ “ปลูกแล้วก็รอ” แต่เป็น “ปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว” อย่างเป็นระบบ ซึ่งแน่นอนว่า จะช่วยให้ มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม ของเราเติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพอากาศ และแรงงานในอนาคต
แต่ก็เหมือนทุกสิ่ง ที่ดี ย่อมมีสิ่งที่ต้องเตรียมตัวนะคะ เราไม่สามารถแค่ซื้อเครื่องจักรมาวางแล้วจบ สิ่งที่ควรคำนึงมีดังนี้ เลือกเครื่องที่เหมาะกับพื้นที่ของเรา ดูแลบำรุงรักษาให้พร้อมใช้งาน ฝึกคนขับ และจัดการระบบหลังเครื่องจักร เพราะหากเครื่อง เสีย หรือไม่พร้อม อาจมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่
นอกจากนี้ การปรับตัวของคนในไร่เองก็สำคัญค่ะ จากที่เคยใช้คนเป็นหลัก ไปสู่ใช้เครื่องเป็นหลัก อาจต้องมีการเรียนรู้ การวางแผน และการดูแลบำรุงที่จะต่างจากเดิม แต่เมื่อนั้นสำเร็จ เราจะเห็นผลชัด ทั้งในเรื่องเวลา แรงงาน และคุณภาพอ้อย
ในที่สุดแล้ว ถ้าเพื่อน ๆ ใน ไร่อ้อยของมิตรผล อยากเริ่มใช้ เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อเปลี่ยนแปลงการทำงานให้เบาแรงขึ้น ทันสมัยขึ้น มิตรผลโมเดิร์นฟาร์มอยากชวนให้เริ่มจาก “เลือกเครื่องหนึ่งขั้นตอน” ที่เห็นว่าเป็น pain point ของเรา เช่น ปลูกอ้อย หรือ เก็บเกี่ยว แล้วค่อยๆ ขยายไป พร้อมกันนั้น ให้บันทึกผล สังเกตรูปแบบงาน และเรียนรู้จากการใช้จริง เมื่อเราเริ่มได้แล้ว จะเห็นเลยว่า “แรงงานน้อยลง แต่ผลไม่ลดลง อาจเพิ่มขึ้นด้วย”
ที่มาข้อมูล :